ข้อมูลกองทุนเงินให้กู้ยืมเพืิ่อการศึกษา (กยศ.)

August 25, 2010 10:54 pm Blogs, For My Student , ,

ความเป็นมา “กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา”

กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2538 ในลักษณะเงินทุนหมุนเวียนตามนัยมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 โดยได้เริ่มให้กู้ยืมครั้งแรกในปีการศึกษา 2539

ต่อมารัฐบาลได้พิจารณาเห็นความสำคัญ ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามากขึ้น จึงได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 มีผลให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง

วัตถุประสงค์ของ “กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา”

เพื่อให้กู้ยืมเงินแก่นักเรียน นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพระหว่างการศึกษา

การกู้ยืม

คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์กู้ยืม

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายสามัญและสายอาชีพ) นักศึกษาระดับอุดมศึกษา (อนุปริญญาและปริญญาตรี) ทั้งภาคปรกติ ภาคพิเศษ รวมทั้งการศึกษาประเภทอาชีวศึกษา (ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง อนุปริญญา ปริญญาตรี)

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  2. เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี
  3. เป็นผู้ที่มีผลการเรียนดี ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลของสถาบันการศึกษา
  4. เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี ไม่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถาบันการศึกษาขั้นร้ายแรง หรือไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย
  5. เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบ หรือประกาศการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัด ควบคุม หรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงหรือส่วนราชการอื่นๆ
  6. ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน
  7. ไม่เป็นผู้ที่ทำงานประจำในระหว่างการศึกษา
  8. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  9. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดทีร่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลุหโทษ
  10. ต้องมีอายุในขณะที่ขอกู้ โดยเมื่อนับรวมกับระยะเวลาที่ปลอดหนี้ 2 ปี และระยะเวลาผ่อนชำระอีก 15 ปี รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 60 ปี

คุณสมบัติของผู้รับรองรายได้

  1. ข้าราชกาลระดับ 5 ขึ้นไป หรือเทียบเท่า หากรับราชการทหารหรือตำรวจ ต้องมียศตั้งแต่พันตรีหรือพันตำรวจตรี ขึ้นไป
  2. ผู้บริหารสถานศึกษา
  3. ผู้ปกครองท้องถิ่นระดับผู้ใหญ่บ้านขึ้นไป

ผู้ค้ำประกันในสัญญากู้ยืมเงิน (ข้อใดข้อหนึ่ง)

  1. บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง
  2. กรณีบิดา มารดาเสียชีวิต ให้ผู้ปกครองที่รับอุปการะเลี้ยงดูลงนามแทน
  3. บุคคลที่ประกอบอาชีพมีรายได้น่าเชื่อถือ

หมายเหตุ: กรณีคู่สมรสของผู้ค้ำประกันไม่ให้ความยินยอม ให้ผู้ค้ำประกันลงนามฝ่ายเดียวได้

เงินให้กู้ยืม

  1. ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา จ่ายเข้าบัญชีของสถานศึกษา
  2. ค่าครองชีพ ซึ่งได้แก่ ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายส่วนตัว จ่ายเข้าบัญชีของนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมโดยผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผู้กู้ยืมเปิดบัญชีไว้

การชำระหนี้

หลักเกณฑ์การชำระหนี้

  1. เมื่อผู้กู้ยืมเงินสำเร็จการศึกษา หรือเลิกการศึกษาเป็นเวลา 2 ปี ถือว่าผู้กู้ยืมเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้ ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมคืนให้กับกองทุนฯ ตามระยะเวลา และวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือในระเบียบของคณะกรรมการกองทุนฯ
  2. ผู้กู้ยืมที่กำลังศึกษาอยู่และไม่ได้กู้ยืมเงินติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี และไม่ได้แจ้งสถานภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษาให้ธนาคารกรุงไทยทราบ ถือว่าเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้
  3. ก่อนวันที่ 5 กรกฏาคมของปีที่ครบกำหนดชำระหนี้ ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้งวดแรกจะได้รับหนังสือจากธนาคาร เพื่อแจ้งภาระหนี้ทั้งหมดของผู้กู้ยืม พร้อมทั้งตารางการผ่อนชำระหนี้ในแต่ละปี ทั้งนี้ในปีต่อไปธนาคารจะไม่ส่งหนังสือแจ้งภาระหนี้ให้ทราบอีก
  4. ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้จะต้องเริ่มผ่อนชำระหนี้งวดแรกภายในวันที่ 5 กรกฏาคม ของปีที่ครบกำหนดชำระหนี้
  5. ผู้กู้ยืมจะต้องชำระดอกเบี้ยหรือประโยชน์อื่นใดในอัตราร้อยละ 1 ต่อปีของเงินต้นคงค้างของปีที่ 1 เป็นต้นไป โดยจะต้องชำระหนี้ภายในวันที่ 5 กรกฏาคม ของทุกปี และจะต้องชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 15 ปี นับจากวันครบกำหนดชำระหนี้งวดแรก
  6. ผู้กู้ยืมสามารถเลือกผ่อนชำระหนี้เป็นรายปีหรือรายเดือนได้ แต่ระยะเวลารวมกันแล้วต้องไม่เกิน 15 ปี
  7. หากผู้กู้ยืมไม่สามารถชำระหนี้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด คือภายในวันที่ 5 กรกฏาคมของทุกปี ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งผู้กู้ยืมจะต้องชำระเบี้ยปรับ หรือค่าธรรมเนียมจัดการกรณีผิดนัดชำระหนี้เฉพาะเงินต้นที่ค้างชำระ ในอัตราดังนี้
  • ค้างชำระ 1-12 เดือน เสียเบี้ยปรับร้อยละ 12 ต่อปี
  • ค้างชำระเกิน 12 เดือน เสียเบี้ยปรับร้อยละ 18 ต่อปี

ติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม

  1. สถานศึกษาที่ท่านศึกษาอยู่
  2. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โทร.02-610-4888 www.studentloan.or.th
Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
Facebooktwitterlinkedinyoutube