จัดฟัน… อันตรายนะถ้าไม่ดูให้ดี

ด้วยความที่มีคนใกล้ชิดอยู่ในวงการทำให้ได้รับข้อมูลข่าวสารวงในบางอย่างมา ได้ระยะหนึ่งแล้ว บวกกับช่วงนี้มีข่าวของเด็กๆไปจัดฟันแฟชั่นแล้วถึงกับเสียชีวิต ยิ่งทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วง…

คนภายนอกทั่วไปคงไม่รู้ว่าหากคิดจะจัดฟันแล้ว หากไม่หาข้อมูลให้ดีอาจจะเป็นการนำภัยมาสู่ตัว

ก่อนจะพูดถึงอันตรายที่อาจจะเกิดจาก การจัดฟัน เรามาดูกันก่อนว่าใครบ้างสมควรได้รับการจัดฟัน

“ฟันยื่น ฟันห่าง ฟันซ้อนเก ฟันแท้หายไม่ว่าจากสาเหตุใด หรือมีปัญหาการสบฟันผิดปรกติและปัญหาการบดเคี้ยว” หากท่านมีปัญหาเข้าข่ายดังกล่าว สมควรปรึกษาทันตแพทย์จัดฟันเฉพาะทาง …ขอย้ำ… ทันตแพทย์จัดฟันเฉพาะทางเท่านั้นไม่ใช่ทันตแพทย์ทั่วไป

สาเหตุที่ย้ำอย่างนี้ เนื่องจากปัจจุบันมีทันตแพทย์ทั่วไปจำนวนมากแอบอ้าง อาศัยความเป็นทันตแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์ลักลอบทำการจัดฟันเอง โดยมิได้มีความรู้ทางด้านทันตกรรมจัดฟันอย่างเพียงพอ

ทันตแพทย์ทั่วไปหลายคนเข้ารับการอบรมคอร์สสั้นๆเพียงไม่กี่เดือน หรือเข้ารับฟังการอบรมสัมนาเพียงไม่กี่วัน ก็ออกรับคนไข้ ปัญหาที่ตามมาคือไม่สามารถวินิจฉัยปัญหาและแก้ไขปัญหาของคนไข้ได้อย่างถูก ต้องแม่นยำ บางครั้งนอกจากจะไม่แก้ปัญหาของคนไข้แล้ว ยังอาจทำให้เกิดปัญหาใหม่ที่แย่กว่าเดิมได้

ทันตแพทย์ จัดฟันเฉพาะทางนั้นจะต้องได้รับการศึกษาในเบื้องลึกด้านการจัดฟันเป็นเวลา อย่างน้อย 2-3 ปี เพิ่มเติมจากการเรียนในระดับชั้นปริญาตรีจำนวน 6 ปี (รวมทั้งหมดเป็นเวลาอย่างน้อย 8-9 ปี สำหรับการศึกษาทางด้านทันตกรรม เพื่อให้มีความรู้มากพอที่จะทำการจัดฟันคนไข้) ซึ่งในระหว่างที่ทำการศึกษาเฉพาะทาง ทันตแพทย์อาจเริ่มรับคนไข้จัดฟันในกรณีที่ปัญหาของคนไข้ไม่ซับ ซ้อน

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนทันตกรรมเฉพาะทางจัด ฟันมี 5 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลา ซึ่งแต่ละแห่งจะรับทันตแพทย์เข้าศึกษาต่อไม่เกินปีละ 10 คน

นอกจากนี้ยังมีสถาบันอบรมเฉพาะทางซึ่งเปิดสอนทันต กรรมจัดฟัน เรียกกันว่า”ศึกษาจัดฟันนอกระบบ” เปิดรับทันตแพทย์ที่มีความต้องการทำงานด้านทันตกรรมจัดฟัน หลักสูตรการเรียนขึ้นอยู่กับเจ้าของสถาบันแต่ละแห่ง บางแห่งใช้วิธีการเรียนการสอนคล้ายคลึงกับการเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ แต่ผู้เรียนได้ศึกษาตัวอย่างคนไข้จำนวนน้อยกว่า บางแห่งสอนแต่ภาคทฤษฏีไม่มีการลงศึกษาตัวอย่างคนไข้ภาคสนาม (สถาบันเหล่านี้ มักจะรับผู้เข้าศึกษาอบรมเป็นจำนวนมากต่อ 1 คอร์ส)

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าทันตแพทย์คนไหนคือ ทันตแพทย์ทั่วไป และคนไหนคือทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟัน… ดีที่สุดคือให้สอบถามประวัติการศึกษาของทันตแพทย์ที่ท่านจะเข้ารับการรักษา ว่าจบการศึกษาจัดฟันเฉพาะทางจากที่ไหน ขอย้ำว่าให้ถามถึงการศึกษาหลังปริญญาตรี หรือตรวจสอบรายชื่อทันตแพทย์จัดฟันเฉพาะทางได้จากเวปไซต์ของสมาคมทันตแพทย์ จัดฟันแห่งประเทศไทย

http://www.thaiortho.org /

การจัดฟันแฟชั่นนั้นที่จริงแล้วไม่ควรกระทำเป็นอย่าง ยิ่ง โดยเฉพาะการจัดฟันแฟชั่นจากบุคคลที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ ในการจัดฟันตามปรกติอาจมีปัญหาข้างเคียงเช่นมีแผลในช่องปาก ในกรณีที่ดูแลไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิด ฟันผุ เหงือกอักเสบ การจัดฟันแฟชั่นจะทำให้โอกาสในการติดเชื้อในช่องปากมีสูงขึ้นเนื่องจาก อุปกรณ์และเครื่องมือที่นำเข้าสู่ช่องปากไม่ได้รับการฆ่าเชื้อโรคอย่างถูก วิธี

ที่ผมเขียนมานี้ เนื่องจากได้รับฟังข้อมูลจากคนใกล้ชิดทีอยู่ในแวดวงทันตกรรม มิได้มีส่วนได้เสียกับบุคคลหรือองค์กรใดๆ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อต้องการกระจายข้อมูลที่ผมได้รับทราบมาให้แก่คนอื่นๆ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับผู้อ่านบ้าง

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
Facebooktwitterlinkedinyoutube